จัดการบล็อกของคุณ

สร้างบล็อกของคุณดี๋ยวนี้! ง่ายดายและฟรี

หมวดหมู่: เรื่อง แปลก ตะลึงโลก คดีที่แก้ไม่ตก

120 ปี ปิดคดี แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ เผยโฉมฆาตกรตัวจริง

op666666 21/08/2008 @ 21:07

Image hosting by UpPicth.com
120 ปี ปิดคดี แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ เผยโฉมฆาตกรตัวจริง

นี้เป็นตอนหนึ่งที่ผมลงทุนมากๆ เพราะผมใช้เงิน 60 บาท เพื่อซื้อหนังสือต่วนตูนเพื่อเอาเรื่องนี้แต่งแค่ตอนเดียว

หลายๆ คนคงรู้จักแต่แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ และชอบแจ๊ค ใช่ไหมครับ แต่สำหรับผมแล้วผมไม่ชอบฆาตกรคนนี้เท่าไหร่ เพราะผมชอบอะไรไม่เหมือนกับคนอื่น อิๆ

ความจริงแล้วถ้าสมมุติคดีแจ๊คมาเกิดแบบนี้ในยุคปัจจุบันละก็ จิ๊บจ๊อย (สก็อตแลนด์ยาร์ดเป็นของบอก) เพราะเดี๋ยวนี้มีเทคโนโลยีการสอบสวนออกมาใหม่เยอะแยะ ซึ่งแบบว่าถ้าเทคโนโลยีนี้ไปอยู่ในช่วงปีแจ๊คอยู่ละก็คงสามารถจับแจ๊คไปแขวนคอได้นานแล้ว

นั้นทำให้ฆาตกรต่อเนื่องยุคปัจจุบันพัฒนาในการฆ่าคนซับซ้อนยิ่งขึ้นไปอีก

น่าแปลกทั้งๆ ที่โลกนี้มีฆาตกรปริศนาที่ฆ่าคนโหดกว่าแจ๊คมากมายหลายรายนัก แต่ทำไมแจ๊คถึงดัง และคนอื่นถึงรู้จักแต่แจ๊ค ทั้งๆ ที่แจ๊คไม่ใช้ฆาตกรต่อเนื่องคนแรกของโลก และไม่ใช้ฆาตกรปริศนาคนแรกของโลกอีก

นั้นเป็นเพราะสื่อครับ

ช่วงที่แจ๊คอาละวาดเริ่มจาก 31 สิงหาคม 1888 ช่วงนั้นสก็อตแลนด์ยาร์ดถือว่าเป็นองค์กรที่เจริญรุ่งเรื่องและขี้โม้สุดๆ ในตอนนั้น จากคดีหมอคลิปเปนฆ่าหั่นศพเมีย องค์กรนี้มีชื่อเสียงทันที พวกเขามักออกมาโม้ว่า อิๆ พวกกระผมนะมีทีมงานมีคุณภาพ มีเทคโนโลยี เวลาสืบสวนแต่ละทีต้องละเอียดยิบ ต่อให้ฆาตกรจะฆ่าใครโดยไม่ทิ้งหลักฐาน พวกกระผมก็ลากฆาตกรลงโทษจงได้

และพอเกิดคดีแจ๊คขึ้นขึ้นมา สื่อที่หมั่นไส้องค์กรตำรวจสก็อตแลนด์ยาร์ดอยู่แล้วเริ่มยิ้มถึงความล้มเหลวขององค์กรนี้ และก็เริ่มเดือด เมื่อตำรวจอังกฤษไร้น้ำยาปล่อยฆาตกรฆ่าคนไปหลายราย สื่อเริ่มประโคมข่าว และเริ่มกระจายข่าวไปทั่วโลก และชื่อของแจ๊คเริ่มโด่งดังต่อมาเมื่อมีจดหมายส่งมาถึงผู้สื่อข่าว

อีกทั้งคดีนี้มีการสืบสวนพลาดค่อนข้างเยอะ และไม่รู้เพราะอะไรตำรวจไม่ใช้พยานวัตถุที่สำคัญคือรอยนิ้วมือมาประกอบการสอบสวนเลยสักครั้ง

จนคดีจบลง ปริศนาก็เป็นปริศนาตลอดกาล

กระทั้งปัจจุบัน ก็ยังมีคำถามที่ว่าแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์นั้นแท้จริงเป็นใคร

แน่นอนวันนี้ผมมีคำตอบครับ

ครั้งที่แล้วผมเคยเขียนว่าแจ๊คเป็นนักวาดภาพใช่เปล่าครับ แต่นั้นเป็นเพียงการสันนิษฐานว่าเขาเป็นคนเขียนจดหมาย “จากนรก” ซึ่งไม่ได้หมายถึงเขาเป็นฆาตกรสักหน่อย ซึ่งคราวนี้ผมมีข้อมูลใหม่กว่านั้น

แม้คดีของแจ๊คจะจบลงมาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1892 นานแล้ว แต่ใช่ว่าหลายๆ คนจะไม่หยุดการสอบสวนนะครับ เพราะยังมีผู้สนใจซึ่งเรียกตนเองว่า “นักริปเปอร์วิทยา” และผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรม รวมไปถึง สก็อตแลนด์ยาร์ดที่ล้มเหลวยังคงสืบสวนคดีไม่รู้จักหยุดหย่อน

จนกระทั้งเวลาผ่านไป 120 ปี ปลายปี ค.ศ. 2006 สก็อตแลนด์ยาร์ดก็เปิดเผยโฉมหน้าของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ ในที่สุด

Image hosting by UpPicth.com

ภาพนี้สก็อตแลนด์ยาร์ดไม่ได้โม้เอาเองนะครับ(เขาบอกไว้อย่างนั้น) เพื่อกว่าจะทำแบบนี้มา เขาต้องประมวลจากหลักฐานเก่า มาอิงกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ และความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นอายุรเวช นักประวัติศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องอาชญากรรม ตำรวจ ฯลฯ และใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เรียกว่า อี-ฟิต หรือชื่อเต็มคือ เทคนิคการพิสูจน์ใบหน้าแยกแยะด้วยระบบอิเล็คทรอนิค(The Electronic Facial Identification Technigue) ซึ่งจะเสก็ตภาพออกมาจากการประมวลคำให้การของพยาน ซึ่งสก็อตแลนด์ยาร์ดใช้ข้อมูลจากพยาน 13 ราย ที่เคยและคาดว่าจะเห็นฆาตกรรายนี้เมื่อ ค.ศ. 1888(การเปิดเผยหน้าแจ๊คครั้งนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดข่าวด้านวิทยาศาสตร์ประจำปี ค.ศ. 2006)

จนได้รูปฆาตกรคนนี้ขึ้นมา ด้วยรูปลักษณ์เป็นชายอายุ 25-35 ปี สูง 5 ฟุต 5 นิ้ว ถึง 5 ฟุต 7 นิ้ว ผมสีดำหวีรวบไปด้านหลัง คิ้วหนา ไว้หนวด โหนกแก้มสูง เบ้าตาลึก คางเหลี่ยม หน้าตายี่ห้อมหาโจรชัดๆ

ถามว่าข้อมูลนี้เชื่อถือได้แค่ไหน

.....................(เงียบ)

เออ............(สก็อตแลนด์ยาร์ดไม่ตอบ) ผมขอตอบเองก็ไม่ค่อยน่าเชื่อถือแหละครับ เพราะแม้จะมีคนให้ปากคำมากมายว่าเห็นแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ แต่ส่วนใหญ่มีแต่คนบอกว่า “น่าจะเห็น”, “เคยเห็น”,”หรือแค่ผ่านๆ” แต่ไม่เคยมีใครสักคนเห็นจะๆ จังๆ ซึ่งนอกจากเหยื่อละมั้งที่เห็นเขาแบบเต็มๆ

แต่ก็ก็มีพยานคนหนึ่งนะครับที่เห็นแจ๊คแบบจังๆ อยู่แล้วไม่ได้ถูกฆ่าตาย น่าจะเป็นวิลเลียม สมิธ ตำรวจสายตรวจเมื่อ 120 ปีก่อน

ในวันที่ 30 กันยายน ค.ศ. 1888 สมิธเห็นชายหญิงคู่หนึ่งอยู่ด้วยกันหลังเที่ยงคืนเล็กน้อย และอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงต่อมาผู้หญิงคนที่พบก็กลายเป็นศพที่ 3 ของแจ๊ค โดยชายที่สิธเห็นนั้น สูงราวๆ 5 ฟุต 7 นิ้ว ไว้หนวดเรียวเล็ก ผิวคล้ำ ซึ่งสอดคล้องกับคอมพิวเตอร์ประมวลผลในปัจจุบัน

ส่วนเรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับตัวแจ๊ค ก็มีคนออกมาเสนอความเห็นอีกเช่นกัน โดยนายคิม รอสโม ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิประเทศบอกว่าเขาใช้เทคนิคอย่างหนึ่ง นำสถานที่เกิดเหตุแต่ละครั้งบวกกับรายงานที่มีพยานพบเห็นมาประเมินว่า ฆาตกรน่าจะอยู่ที่ไหน ผลออกมาคือ ฆาตกรรายนี้น่าจะพักอาศัยในอาณาเขตไม่เกิน 1 ตารางไมล์จากสถานที่เกิดเหตุ และมีการวิเคราะห์พันธงอีกว่า ฆาตกรนี้อยู่บนถนนฟลาวเวอร์ หรือถนนดีน ซึ่งห่างจุดเกิดเหตุแต่ละครั้งราวๆ ไม่เกิน 100 หลา

และสองถนนนี้เอง ตำรวจเมื่อ 120 ปีก่อนก็เคยเคาะประตูบ้านสอบถามเรื่องราวและตามล่าผู้ต้องสงสัยมาแล้ว แต่ต้องกลับบ้านมือเปล่าไปเพราะไม่ได้อะไรสักอย่าง

และเมื่อหน้าฆาตกรบวกกับที่อยู่แล้วผลคือเราได้ชื่อตัวฆาตกรครับ

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม มีการเปิดเผยหลักฐานชิ้นสำคัญที่ถูกปกปิดหลายปี นั้นคือบันทึกส่วนตัวของโดนัลด์ ซุทเธอร์แลนด์ สอวนสัน สารวัตรใหญ่ประจำหน่วยสืบสวนคดีอาชญากรรม สก็อตแลนด์ยาร์ดผู้รับผิดชอบคดีนี้นับตั้งแต่วันเกิดเหตุ

ทายาทของสวอนสันตัดสินใจมอบบันทึกนี้ให้พิพิธภัณฑ์อาชญากรรมของสก็อตแลนด์ยาร์ดโดยบันทึกนี้เขียนด้วยมือของสวอนสันเองหลักจากเกษียณอายุราชการแล้ว แต่ยังกังวลและคาใจคดีนี้ไม่ลงเลยเขียนบันทึกนี้ไว้เพื่อเพื่อให้คนรุ่นหลังได้อ่านเพื่อหาความจริงต่อไป

ซึ่งในนั้นเขาบอกชื่อฆาตกรที่เขาคิดว่าเป็น “แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์” อีกด้วย

บันทึกนี้ระบุว่าฆาตกรคนนั้นชื่อ อารอน โคสมินสกี้ เป็นช่างตัดผมชาวยิวที่อาศัยในเขตไวท์แซฟเพลย่านที่เกิดเหตุนั้นเอง

สำหรับนาย อารอน โคสมินสกี้ นี้มีการชี้ตัวอย่างลับๆ ของพยานคนหนึ่งที่อ้างว่าเห็นตัวฆาตกร แต่พยานคนนี้ไม่ยอมร่วมมือกับราชการเท่าไหร่เพราะไม่อยากชื่อว่าเป็นคนทรยศเพื่อนร่วมชาติ(พยานเป็นคนยิวเหมือนกัน)

อย่างไรก็ตาม ในการร่วมมือแบบไม่เปิดเผยนั้น ตำรวจพาพยานไปชี้ตัว โดยนายโคสมินสกี้ไปรวมกับคนอื่นๆ ซึ่งพยานสามารถชี้ตัวได้ถูกต้อง หลักจากนั้นตำรวจก็จับตามองโคสมินสกี้ตลอด แต่ตอนนั้นนายนั้นดันเกิดอาการโรคจิตกำเริบ จนถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลรักษาอาการ

งานนี้หลานของสวอนสัน คือเนวิลล์ สวอนสัน บอกว่าคุณปู่มั่นใจเลยว่านายโคสมินสกี้เป็นฆาตกรแน่นอน แต่มีเหตุผลบางอย่างที่ไม่สามารถจับกุมเขาได้(อิทธิพล?)

ความเห็นของสวอนสันนั้นก็สอดคล้องกับเจ้านายเขาเหมือนกัน คือเซอร์โรเบิร์ต แอนเดอร์สัน เขาก็เขียนบันทึกเหมือนกันว่า สงสัยนายโคสมินสกี้เหมือนกัน

อันที่จริงชื่อของโคสมินสกี้ไม่ใช้เพิ่งจะโผล่ออกมา แต่เป็นชื่อต้นๆ ที่เคยถูกอ้างมาก่อนโดยเจ้าหน้าที่เซอร์เมลวิลล์ แม็กนักห์ แต่เขาเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับสองเพราะเขาสนใจนายมองตากู จอห์น ดรูอิทท์ ว่าน่าจะเป็นแจ๊คมากกว่า

แต่โคสมินสกี้จะเป็นแจ๊ค หรือไม่นั้นไม่มีใครตอบได้ เพราะตอนนี้เจ้าตัวลาโลกไปนานแล้วจะเชิญมาสอบปากคำคงต้องขึ้นคนทรงเจ้าแหละ แถมแม้มีการเปิดเผยเรื่องมากขึ้น แต่ปริศนาก็คือปริศนา เพราะมีคนบางคนนำเสนอว่าบางที่แจ๊คนั้นไม่ได้มีคนเดียว แต่มันมีสองคนขึ้นไปดำเนินการต่างหาก

นายเทรเวอร์ แมริออต อดีตนายตำรวจอังกฤษทุ่มเทเวลากว่า 10 ปี ในการศึกษาสำนวนคดีแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ และประกาศว่า “ไม่มีทางเลยที่ฆาตกรผู้นี้จะทำงานได้โดยลำพังเพียงคนเดียว”

เขาว่าจำนวนเหยื่อของแจ๊คนั้นไม่ทราบแน่ชัดว่ามีกี่รายกันแน่ บางคนบอกว่ามีกว่า 10 ราย แต่เท่าที่นักริปเปอร์วิทยาทั้งหลายลงความเห็นว่าแท้จริงมีเหยื่อแค่ 5 รายเท่านั้นโดยนับจากรายแรกตั้งแต่สิ้นเดือนสิงหาคม ค.ศ.1888

แต่สิ่งที่แมริออตสะดุดใจมากคือ เหยื่อรายที่ 3 และ 4 เพราะเกิดเหตุในคืนเดียวแต่สถานที่กันซึ่งมีระยะห่างกันเพียง 12 นาที ทำให้มีการคาดว่าน่าจะมีการแยกกันลงมือเพราะในเวลาที่น้อยขนาดนี้ ไม่น่าจะมีใครว่องไวพอขนาดทำงานได้ 2 ศพ ในเวลาไล่เลี่ยงขนาดนี้

บางทีโคสมินสกี้อาจร่วมมือกับใครคนหนึ่งหรืออาจเป็นองค์กร สมาคม หรือใครสักคนที่มีอิทธิยิ่งใหญ่ในอังกฤษ เขาอาจได้ค่าจ้างร่วมมือกันฆ่าโสเภณีทั้ง 5 โดยมีวัตถุประสงค์บางอย่างซึ่งเราก็ไม่ทราบได้

เรียงลำดับคดีแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์

· 31 สิงหาคม ค.ศ.1888 ฆาตกรรมเหยื่อรายแรก

· 8 กันยายน ค.ศ.1888 ฆาตกรรมเหยื่อรายที่สอง

· 25 กันยายน ค.ศ.1888 จดหมายส่งถึงสำนักงานเซ็นทรัล ลงนาม “แจ๊คค เดอะ ริปเปอร์”

· 30 กันยายน ค.ศ.1888 ฆาตกรรมเหยื่อรายที่สามกับสี่ในเวลาไล่เลี่ยกัน

· 1 ตุลาคม ค.ศ.1888 ไปรษณีย์บัตร์ “แจ๊คจอมซ่าส์”ถึงสำนักข่าวเดิม

· 16 ตุลาคม ค.ศ.1888 พัสดุลงชื่อ “จากนรก” ส่งไตครึ่งซีก ไปให้จอร์ชประธานคระกรรมการป้องกันภัยไวท์แซพเพล

· 9 พฤศจิกายน ค.ศ.1888 เหยื่อรายที่ห้าคาดว่าเป็นรายสุดท้าย

· 31 ธันวาคม ค.ศ.1888 พบศพมองตากู จอห์น ดรูอิทท์ หนึ่งในผู้ต้องสงสัยว่าเป็นแจ๊คจมน้ำตาย สันนิษฐานว่าเป็นการฆ่าตัวตาย

· ค.ศ.1890 อารอน โคสมินสกี้ ผู้ส่งเข้าโรงพยาบาลโรคจิตและเสียชีวิตในปี ค.ศ.1919

· ค.ศ.1892 ปิดคดีแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ โดยหาผู้กำระทำความผิดไม่เจอ

· ค.ศ.1894 เซอร์เมลวิลล์ แมคนักห์เต็นเขียนบันทึกร่ายยาวแบบลับๆ ว่า เขาสงสัยมองตากู จอห์น ดรูอิทท์

· ค.ศ.1901 มีการสันนิษฐานว่าจดหมายและพัสดุที่ส่งมาเป็นของปลอมทำขึ้นโดยฝีมือของนักข่าว

· ค.ศ.2006 สก็อตแลนด์ยาร์ดเปิดเผยโฉมหน้า แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่